วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

7 สุดยอดอาหาร อร่อยด้วย แถมมีประโยชน์เพียบ

>> 7 สุดยอดอาหาร อร่อยด้วย แถมประโยชน์เพียบ <<

จิตใจแจ่มใส ร่างกาย แข็งแรง ชีวิตมีความสุข หากรู้จักเลือกรับประทานแต่สิ่งที่มีคุณต่อร่างกาย

1. รากบัว

          เป็นพืชจำพวกสมุนไพรที่จัดว่าเป็นยา มีฤทธิ์เย็นช่วยลดอาการร้อนใน ทั้งยังช่วยสร้างสมดุลของร่างกายได้จากรากของบัวหลวง สามารถทานได้ทั้งสุกและดิบ รากบัวที่ดีจะมีลักษณะสีขาวอวบใหญ่ ก่อนนำมาประกอบอาหาร ล้างขูดเปลือกนอกออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นแล้วแช่ในน้ำผสมเกลือเล็กน้อย พักไว้ให้สิ่งสกปรกหลุดออก น้ำรากบัวคั้นสด หรือต้มนำไปแช่ให้เย็นแล้วดื่มร่างกายจะสดชื่นทันที เพราะในรากบัวมีสารช่วยดูดซึมความชุ่มชื่นค่ะ

 2. ทูน่า

          ปลาทะเลที่อุดมด้วยโปรตีนชั้นเยี่ยมที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์อื่น  ๆ แล้วยังมีไอโอดีนช่วยป้องกันโรคคอพอก ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายให้เจริญเติบโตตามวัย ไขมันที่ได้จากปลาทูน่าจัดเป็นไขมันชนิดดีที่จะช่วยป้องกันการสะสมของ "ไขมันอิ่มตัว" หรือ "คอเลสเตอรอล" ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เส้นเลือดอุดตัน รวมถึงทูน่าในแบบกระป๋องก็ยังอุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เท่ากับปลาสด เช่นเดียวกันค่ะ กรดไขมันเหล่านี้ช่วยป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ การอักเสบและการก่อตัวของลิ่มเลือดในหลอดเลือด ปลาทูน่ายังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

 3. เต้าหู้

          ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่อุดมด้วยโปรตีนสูง เทียบเท่าหรือมากกว่าเนื้อสัตว์ บางชนิดถึงสองเท่าในปริมาณที่เท่า ๆ กัน จึงเป็นที่นิยมรับประทานทดแทนเนื้อสัตว์ เต้าหู้ย่อยง่าย ไม่มีคอเลสเตอรอล และราคาก็ไม่แพงจนเกินไป ด้วยความหลากหลายชนิดของเต้าหู้จึงง่ายต่อการเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ มาอร่อยง่ายและเร็วกับเต้าหู้ขาวนิ่มแบบญี่ปุ่น เพียงแกะออกจากห่อใส่ลงในถ้วยนำไปอุ่นในไมโครเวฟเพียงไม่กี่นาที เติมซีอิ๊วญี่ปุ่นเล็กน้อยก็อร่อยได้แล้วค่ะ

 4. น้ำมันรำข้าว

          ผลผลิตที่สกัดจากรำข้าวที่อุดมด้วยสาระสำคัญทางธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์สูงต่อร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง ลดความเครียดได้อีกด้วย มาเติมเต็มทุกมื้ออร่อยด้วย Ricely น้ำมันรำข้าวแท้ 100% ที่มีสารธรรมชาติ "โอรีซานอล" รวมทั้งมีไฟโตสเตอรอลและวิตามินอี ที่มีฤทธิ์ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ด้วยคุณสมบัติพิเศษไม่มีกลิ่นและไม่มีรส จึงทำให้อาหารทุกจานเข้าถึงรสแท้ของส่วนผสมและเครื่องปรุง ทั้งยังทนความร้อนสูง จึงเหมาะในการนำมาประกอบอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะใช้ทอด ผัด หมัก อบ ย่าง หรือนำมาเป็นส่วนผสมของน้ำสลัด

 5. มิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น)

          ผลิตผลแปรรูปจากถั่วเหลืองด้วย การหมัก อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ และโปรตีนสูง ยังอุดมด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการถึง 17 ชนิด มีสารชูรสที่มีประโยชน์และกลิ่นหอม ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในระหว่างการหมักที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย มิโซะมีรสคล้ายสารสกัดจากเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารทดแทนโปรตีนสำหรับของผู้ที่เว้นการทานเนื้อสัตว์ อร่อยกับน้ำสลัดมีโซะง่าย ๆ โดยละลายมิโซะกับน้ำมันงา น้ำตาลทรายแดง งาบด และเกลือนิดหน่อย ใครชอบรสเปรี้ยวเติมน้ำส้มสายชูเท่านี้ ก็ได้เป็นน้ำสลัดอร่อย ๆ แล้วค่ะ

 6. เห็ดหลินจือแดง

          ถือเป็นสมุนไพรชั้นสูงที่หายาก คุณสมบัติเทียบเท่ากับ "โสม" เป็นยาอายุวัฒนะที่สามารถคืนพลังให้ชีวิต มีสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 250 ชนิด ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้ทำงานประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ช่วยยืดอายุให้ยืนยาว ช่วยบำรุงร่างกายแล้วยังทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจน และความจำดีขึ้น ช่วยการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคและกำจัดสารพิษให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ อีกทั้งช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง "เห็ดหลินจือแดง" ถือว่าเป็น "สุดยอดแห่งสมุนไพร" ที่เป็นที่ยอมรับกันไปทั่วโลก

 7. พรุน

          ผลไม้มหัศจรรย์ ที่อุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์สูงมากมีคุณสมบัติทำให้ขับถ่ายได้คล่อง เป็นยาระบายได้อย่างปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยังอุดมด้วยสารอาหารต่าง ๆ มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดง ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยระบบประสาทให้เป็นปกติ ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลาย มี Anti-oxidant ในปริมาณสูงจะช่วยทำให้ร่างกาย และสมองแก่ตัวช้าลง และมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งน้อยลง ปัจจุบันมีการนำพรุนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้หรือนมเปรี้ยวที่มีรสชาติอร่อย และได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก (Lisa)

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

5 อาหารเฮลตี้ที่ไม่ได้ดีจริงๆ

>> 5 อาหารเฮลตี้ที่ไม่ได้ดีจริง ๆ <<

          ไม่มีไขมัน! ไม่ใส่สารกันบูด! ไฟเบอร์สูง! แพ็กเกจจิ้งดูเป็นของเฮลตี้สุด ๆ ใช่ป่ะ? แต่จริง ๆ แล้วของพวกนี้อาจไม่ดี-ดี๊-ดีอย่างที่คุณคิด

 1. ซีเรียลรสธรรมชาติ

          บางคนอาจจะบอกว่า โอ้ย! ขึ้นชื่อว่าซีเรียลก็คือธัญพืช ของดีมีประโยชน์ทั้งนั้น แต่ก่อนจะเลือกซีเรียลมากินในมื้อที่สำคัญที่สุดอย่างมื้อเช้า ลองอ่านฉลากโภชนาการสักหน่อยดีไหม? สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคของแดนจิงโจ้เพิ่งจะเซอร์ไพรส์สุด ๆ กับซีเรียลที่คอนเฟิร์มว่ามีโปรตีนสูง ดัชนีน้ำตาลต่ำ ไม่มีแป้งสาลี ไม่ใส่สารกันบูด และก็ไม่มี GMO แต่พอดูรายละเอียดแล้วแค่ 100 กรัมกลับมีน้ำตาลถึง 29.9 กรัม โอ้มายก๊อด! น้อยกว่าช็อกโกแลตแท่งโต ๆ แค่ 1.1 กรัมเองอ่ะ

 2. เครื่องดื่มเกลือแร่

          พวกเครื่องดื่มชดเชยการเสียเหงื่อหลังออกกำลังกายทั้งหลายจะดีก็ตอนที่คุณไปวิ่งมาราธอนเท่านั้นแหละ ถ้าคุณออกกำลังเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วไปดื่มของพวกนี้อาจจะรู้สึกสดชื่นก็จริง แต่สิ่งที่กินเข้าไปน่ะมีทั้งน้ำตาล เกลือ และสารแต่งสีเกินกว่าที่ร่างกายต้องการแน่ ๆ และฟันก็อาจผุเอาได้ง่าย ๆ ด้วย ดื่มน้ำเปล่ากันดีกว่านะ

 3. ชาเขียวพร้อมดื่ม

          ไม่เถียงหรอกค่ะว่าประโยชน์ของชาเขียวน่ะเยอะแยะไปหมด แต่ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทั้งหลายเขาออกมาแนะนำให้ดื่มน่ะ ไม่ได้หมายรวมถึงน้ำหวานบรรจุขวดที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่นิดเดียวกับน้ำตาลเต็มขวดนะจ๊ะ อย่างชาเขียวรสต้นตำรับบางยี่ห้ออาจมีน้ำตาลถึง 5% กับน้ำชาที่เจือจางสุด ๆ จนมีแค่กลิ่นชา

 4. แฮม เบคอน ไส้กรอก ที่ "ไม่ใส่สารกับบูด"

          จริงอยู่ที่เวลาจะกินของพวกนี้เราควรเลือกแบบที่ไม่มีสารกันบูด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าของพวกนี้เฮลตี้นะคะ กินเข้าไปมาก ๆ ทุกวัน ๆ ก็ทำร้ายสุขภาพอยู่ดี คณะสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยืนยันว่า คนที่กินพวกเบคอนหรือเนื้อสัตว์กระป๋องทุกวัน อายุจะสั้นลงถึง 20%...Oh! No!

 5. Energy Bars

          คุณอาจคิดว่า Energy Bar เพิ่มปริมาณสังกะสีในตัวคุณ ทำให้คุณรีเฟรชพร้อมลุยงานต่อได้ แม้จะเป็นตอนบ่ายที่ผจญกับเรื่องปวดหัวมาทั้งวัน แต่ที่จริงคุณสดชื่นขึ้นเพราะน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ต่างหาก บางทีเขาอาจเขียนไว้ว่าน้ำตาลน้อย แต่ก็อย่าลืมว่ากลูโคส เดกโทรส ฟรักโทส น้ำอ้อย น้ำเชื่อมข้าวโพด พวกนี้น่ะ...น้ำตาลล้วน ๆ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก (Lisa)

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กินผักอย่างไรให้ได้ประโยชน์

 
>> กินผักอย่างไรให้ได้ประโยชน์  <<
          ผักนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง เพราะมีเส้นใยอาหารช่วยเรื่องการขับถ่าย เป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ แถมยังช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่เคยสงสัยไหมว่าผักที่เรากินกันนั้น ควรกินแบบไหนจึงจะได้รับประโยชน์สูงสุด เรามีคำแนะนำจาก รศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล มาบอกค่ะ

 1. มะเขือเปราะ

           สรรพคุณ : ช่วยขับพยาธิ ลดการอักเสบ ช่วยในการขับถ่าย อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่าผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ ลดความดันเลือด และยังลดปริมาณน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานได้อีกด้วย โดยสารสกัดจากมะเขือเปราะนั้นจะออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน ช่วยเสริมการใช้งานกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพ

             วิธีปรุง : กินได้ทั้งดิบและปรุงสุก

 2. แครอท

           สรรพคุณ : มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา แก้โรคตาฝ้าฟาง ช่วยขับปัสสาวะ นอกจากนี้ แครอทยังมีสารฟอลคารินอลซึ่งทำงานร่วมกับสารเบต้าแคโรทีน สามารถต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

             วิธีปรุง : กินได้ทั้งสดและปรุงสุก แต่ถ้าผ่านความร้อนจะทำให้วิตามินที่อยู่ในแครอทแตกตัวเพิ่มขึ้น ร่างกายจะได้รับประโยชน์มากกว่า

 3. บรอกโคลี
           สรรพคุณ : มีสารซัลโฟราเฟน ซึ่งป้องกันโรคมะเร็ง และอุดมด้วยวิตามินซี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยให้ผนังเส้นเลือดแข็งแรง ป้องกันการเกิดต้อกระจก เพราะบรอกโคลีมีสารเบต้าแคโรทีนสูงโดยเฉพาะสารลูทีน และสารกลูตาไธโอน ซึ่งช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดไขข้ออักเสบ เบาหวาน และโรคหัวใจ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยลดความดันโลหิตสูง

             วิธีปรุง : ปรุงสุกโดยผัดหรือต้ม เน้นการล้างให้สะอาด โดยหั่นเป็นชิ้นตัดแต่งให้เรียบร้อย ไม่ควรแช่ล้างทั้งหัว เพราะสารเคมีอาจยังตกค้างอยู่ตามกิ่งก้าน

 4. แตงกวา
           สรรพคุณ : ช่วยเสริมความจำ ลดอาการนอนไม่หลับ แก้กระหายน้ำ มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ขับปัสสาวะ ทำให้ผิวขาวใส นุ่มนวล

             วิธีปรุง : กินได้ทั้งสดและปรุงสุก เน้นล้างให้สะอาด

 5. ถั่วฝักยาว
           สรรพคุณ : เป็นยาบำรุงไตและม้าม แก้ร้อนใน และแก้ตกขาว

             วิธีปรุง : กินได้ทั้งสดและปรุงสุก

 6. ผักบุ้ง

           สรรพคุณ : บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงเลือด ลดไข้ แก้เบาหวาน แก้ร้อนใน บำรุงสายตา

             วิธีปรุง : ปรุงสุก เน้นการล้างให้สะอาด

 7. ผักกาดขาว

           สรรพคุณ : ช่วยย่อย แก้ไอมีเสมหะ รักษาอาการท้องเสีย ขับปัสสาวะ

             วิธีปรุง : กินได้ทั้งสดและปรุงสุก เน้นการล้างโดยแกะล้างใช้มือขัดทีละใบ แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จะปลอดภัย

 8. ถั่วงอก

           สรรพคุณ : มีเส้นใยอาหารสูง ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีและยังช่วยดูดซับของเสียออกจากร่างกายได้

             วิธีปรุง : กินได้ทั้งสดและปรุงสุก

 9. กะหล่ำปลี

           สรรพคุณ : มีวิตามินซีสูง ทำให้หวัดหายเร็ว ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยลดความเสี่ยงจากมะเร็งลำไส้ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

             วิธีปรุง : ปรุงโดยการผัด ลวก หรือต้ม ถ้ากินสดไม่ควรกินเยอะ เพราะในกะหล่ำปลีมีสารออกซาเลต (Oxalate) เมื่อไปจับกับแคลเซียมที่กรวยไตจะกลายเป็นสารแคลเซียมออกซาเลต ทำให้เกิดโรคนิ่วในไต

 10. มะเขือเทศ

           สรรพคุณ : มีสารไลโคปีนที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่มดลูก ปอด และต่อมลูกหมาก บำรุงสายตา ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

             วิธีปรุง : กินสดจะได้รับวิตามินซี แต่ถ้าผ่านการปรุงสุกหรือผ่านกระบวนการ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ ร่างกายจะนำไลโคปีนไปใช้ได้ดีกว่าผลสด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก (Happy+)